เว็บบอร์ดไฟฟ้า

พูดคุยอัพเดดข้อมูลเรื่อง การใช้งานไฟฟ้า คำนวนค่าไฟเครื่องใช้ไฟฟ้า
วันเวลาปัจจุบัน พฤหัสฯ. 15 พ.ย. 2018 10:55 pm

» ปลูกแตงโม พันธุ์แตงโมที่นิยมปลูก เตรียมดิน ดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว โรค

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง [ DST ]




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 23 มิ.ย. 2012 5:43 pm 
ออฟไลน์
Jr. Member
Jr. Member

ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 06 มิ.ย. 2012 4:45 pm
โพสต์: 78
ปลูกแตงโม พันธุ์แตงโมที่นิยมปลูก เตรียมดิน ดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว โรค
แนบไฟล์:
แตงโม.jpg
แตงโม.jpg [ 119.97 KiB | เปิดดู 10590 ครั้ง ]

1. การจัดการเพื่อการผลิตแตงโมที่ปลอดภัย
แตงโม แตงโมเป็นผักตระกูลแตง ที่คนไทยเรารู้จักบริโภคกันมานานแล้ว นอกจากนิยมใช้ผลรับประทานแล้ว ส่วนของผลอ่อนยอดอ่อน ยังใช้ในการปรุงอาหารได้หลายชนิด แตงโมเป็นพืชที่ปลูกง่ายสามารถปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยทุกฤดูกาลตลอดปี แตงโมปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ปลูกได้ดีในสภาพดินร่วนปนทราย ซึ่งมีสภาพความเป็นกรดเป็นด่าง ประมาณ 5.0-7.5 มีการระบายน้ำได้ดี
ดังนั้นการปลูกแตงโมจำเป็นต้องเน้นการป้องกันหลักทุกขั้นตอนในการเขตกรรม การดูแลและเอาใจใส่ให้แตงโมปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง และปลอดศัตรูพืชจึงควรคำนึงถึง ดังนี้

1).สภาพแวดล้อม
ฤดูหนาวเป็นฤดูที่มีอุณหภูมิเหมาะสมในการเจริญเติบโตของแตงโม

2).การปลูกแตงโม
เนื่องจากแตงโมจะขาดตลาดและมีราคาสูงในช่วงกลางและปลายฤดูฝน เพราะว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะปลูกแตงโมได้ยากลำบาก เนื่องจากต้นแตงโมไม่ชอบฝนชุกจะตายด้วยโรคเถาเหี่ยวเป็นส่วนใหญ่ และเกิดโรคทางใบมาก ผลแตงโมจะเน่าง่ายอีกทั้งรสชาติจะไม่หวานจัดเหมือนแตงโมที่ปลูกในฤดูแล้งหรือในฤดูหนาว ฉะนั้นจึงควรเริ่มปลูกแตงโมตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม และเก็บเกี่ยวครั้งสุดท้ายในเดือนมิถุนายน ซึ่งยังเป็นต้นฤดูฝนอยู่

พันธุ์แตงโม ที่นิยมปลูกมี 2 พันธุ์ คือ
- พันธุ์เบา ที่รู้จักกันโดยทั่วไป คือ พันธุ์ชูการ์เบบี้ ผลกลมสีเขียวคล้ำ อายุเก็บเกี่ยว 65 วัน นับจากวันงอก อีกพันธุ์หนึ่ง ได้แก่
- พันธุ์หนัก คือ พันธุ์ชาร์ลสตันเกรย์ ผลสีเขียวอ่อน มีลายที่ผิวผล ผลกลมยาวขนาดใหญ่ อายุเก็บเกี่ยว 85 วัน นับจากวันงอก
- พันธุ์แตงโมเหลือง เป็นพันธุ์ลูกผสม เนื้อสีเหลือง ผลกลมสีเขียวอ่อนลายเขียวเข้ม อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 70-75 วัน

ระยะปลูก
ปลูกแถวเดี๋ยว ระยะระหว่างต้นประมาณ 70-100 ซม. ระยะระหว่างแปลง 5-6 เมตร

การเตรียมดิน
สำหรับแตงโมเป็นพืชที่หยั่งรากลึกมากกว่า 120 เซนติเมตร และต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์ มีความชุ่มชื้นมากพอ ฉะนั้นถ้ามีการไถพรวนหรือขุดย่อยดินให้มีหน้าดินร่วนโปร่ง และลึกก็จะช่วยป้องกันการขาดน้ำได้เป็นอย่างดี ในระยะที่ต้นแตงโมกำลังเจริญเติบโต การเตรียมดินให้หน้าดินลึกร่วนโปร่งจะช่วยทำให้ดินนั้นยึดและอุ้มความชื้นได้มากขึ้น และเป็นทางเปิดให้รากแตงโมแทรกตัวเองลึกลงไปใต้ดินซึ่งจะช่วยให้รากหาอาหารและน้ำได้กว้างไกลยิ่งขึ้นและเป็นการช่วยทำให้พืชสามารถใใช้น้ำใต้ดินมาเป็นประโยชน์ได้อย่างดีอีกด้วย ถ้าจำเป็นต้องปลูกแตงโมในหน้าฝน ควรเลือกปลูกในดินที่มีการระบายน้ำดี คือ เป็นดินเบา หรือดินทราย แต่ถ้ามีที่ปลูกเป็นดินหนักหรือค่อนข้างหนักควรปลูกแตงโมในหน้าแล้ง และขุดดิน หรือไถดินให้ลึกมากที่สุดจะเหมาะกว่า หว่านปูนขาวในอัตรา 100-200 กิโลกรัม/ไร่ ใส่ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกอัตรา 1,000 กิโลกรัม/ไร่ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร่ และสารโบแรกซ์ 1-2 กิโลกรัม/ไร่ ยกแปลงให้สูงประมาณ 30 ซม. กว้างประมาณ 1 เมตร คลุมด้วยพลาสติกสีดำ อีกด้านหนึ่งคลุมตาข่ายพลาสติก เพื่อให้พืชยึดเกาะเลื้อยได้ และไปในทิศทางเดียวกัน ง่ายต่อการรักษาเพราะพลาสติกจะช่วยรักษาความชื้น และป้องกันวัชพืช

3). การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว
- การให้น้ำ หลังจากปลูกในช่วงแรกๆ ถ้าดินแห้งต้องให้น้ำทุกวัน แต่ถ้าแตงโมเริ่มทอดเถายาวประมาณ 1 ฟุต ขึ้นไป ต้องให้น้ำสม่ำเสมอ อย่าชื้นมาก ถ้าดินชื้นมากต้องรีบระบายน้ำออกทันที
- การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยยูเรียครั้งแรก อัตรา 2-3 กรัม/ต้น หลังจากย้ายปลูก 5-7 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 20-25กิโลกรัม/ไร่ หลังจากติดผลแล้ว โดยฝังระหว่างต้น ใส่ปุ๋ย 13-13-21 อัตรา 20-25 กิโลกรัม/ไร่ ก่อนการเก็บเกี่ยว 2-3 อาทิตย์
- การเก็บเกี่ยว หลังจากปลูกประมาณ 25-30 วัน ดอกแรกจะเริ่มออกต้องปลิดทิ้ง จะเริ่มไว้ผลในดอกที่สอง

2. การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน
การจัดการศัตรูพืชผักแบบผสมผสาน กิจกรรมนี้เมื่อพืชผักมีการเจริญเติบโต จะมีศัตรูพืช ศัตรูธรรมชาติเข้ามาอาศัย ปริมาณมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ดังนั้นเกษตรกร ต้องเลือกวิธีการจัดการศัตรูพืชผักแบบผสมผสาน ซึ่งมีลำดับขั้นตอนปฏิบัติดังนี้

2.1.เกษตรกรเข้าแปลงติดตามสถานการณ์และบันทึกข้อมูลสิ่งต่อไปนี้จำนวน 2 ครั้ง/สัปดาห์ อย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่กล้าจนเก็บผลผลิต คือ
1).การเจริญเติบโตพืชผัก
2).ศัตรูพืชผัก/ศัตรูธรรมชาติ
3).สภาพแวดล้อม

2.2.วิเคราะห์ข้อมูลและกำหนดทางเลือกการจัดการศัตรูพืชผัก/การจัดการศัตรูธรรมชาติ/การจัดการสภาพแวดล้อม/การจัดการพืชผัก ตามวิธีการดังนี้
1).วิธีเขตกรรม คือ การดัดแปลงสภาพแวดล้อมให้เกิดความไม่เหมาะสม ต่อกาดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ของศัตรูพืชผักได้แก่การจัดการน้ำ การตัดวัชพืช การพรวนดิน การเก็บ เผาทำลาย การยกแปลงให้สูง (ฤดูฝน) การทำร่องระบายน้ำ การปรับปรุงดิน
2).วิธีกล คือ การลดปริมาณศัตรูพืชผัก โดยการดักล่อ การกรีดขวางการทำลาย ได้แก่การใช้ซาแรนดำคลุมแปลง (ฤดูร้อน) การใช้พลาสติกคลุมแปลง การใช้กับดักเหลืองทากาวเหนียว
3).วิธีกายภาพ คือ การลดปริมาณศัตรูพืชผัก โดยใช้ปัจจัยทางด้านกายภาพ ได้แก่ การใช้แสงไฟ การใช้ความร้อนจากพลังงานแสง
4).วิธีชีวภาพ คือ การใช้ประโยชน์จากศัตรูธรรมชาติซึ่งประกอบด้วยตัวห้ำ ตัวเบียน และเชื้อโรคปฏิปักษ์เพื่อควบคุมศัตรูพืชผักให้อยู่ระดับต่ำ ได้แก่ มวนพิฆาต มวนเพชฌฆาต แมงมุม แตนเบียนอะพานทีเลส เชื้อแบคทีเรียบีที เชื้อไวรัสเอ็นพีวี ไส้เดือนฝอย สะไตรเนอร์นีม่า
5).วิธีใช้สารสกัดธรรมชาติจากพืชสมุนไพร คือ การลดปริมาณของศัตรูพืชผัก โดยใช้
สารเคมีสกัดได้ธรรมชาติจากพืชสมุนไพร ซึ่งมีคุณสมบัติ เป็นสารไล่ สารยับยั้งการกินอาหารและเป็นสารฆ่า ได้แก่ สะเดา (สะเรียม) สาบเสือ ยาสูบ ตะไคร้หอม ว่านน้ำ
6).วิธีใช้สารเคมี คือ การใช้สารเคมีที่สังเคราะห์เพื่อควบคุมศัตรูพืชผักสำหรับวิธีการนี้ต้องเลือกเป็นวิธีการสุดท้ายและใช้ควบคุมศัตรูพืชอย่างถูกวิธีและปฏิบัติตามฉลากข้างภาชนะอย่างเคร่งครัด

ดังนั้นการใช้สารป้องกันกำจัดแมลงถึงแม้จะเป็นวิธีการที่ใช้ได้ง่าย สะดวกเห็นผลรวดเร็วแต่การใช้สารฆ่าแมลงอย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้แมลงศัตรูพืชสร้างความต้านทานไม่ก่อให้เกิดพิษภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค และสภาพแวดล้อม ผู้ใช้จะต้องรู้จักพืชและแมลงศัตรูพืช ศัตรูธรรมชาติ เพื่อที่จะได้อย่างเหมาะสม ซึ่งต้องพิจารณาจากสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

1.ชนิดและประเภทของแมลงศัตรูพืชและศัตรูธรรมชาติ รวมทั้งพฤติกรรม ลักษณะการทำลาย ช่วงระยะเวลาการระบาด และความสูญเสียที่เกิดจากการทำลาย
2.ชนิดของพืชและระยะการพัฒนาของพืชควรทราบว่า พืชในระยะใดที่เสี่ยงต่อการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืชและทำให้เกิดความสูญเสีย
3.ประสิทธิภาพของสารฆ่าแมลง จะต้องมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันกำจัดแมลง เหมาะสมกับชนิดและประเภทของแมลงศัตรูพืช
4.เป็นสารเคมีที่มีอันตรายน้อยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภคและสภาพแวดล้อม โดยพิจารณาจากเปอร์เซ็นต์สารออกฤทธิ์ สูตร และอัตราการใช้ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับระยะการพัฒนาของพืช ไม่มีปัญหาเรื่องความเป็นพิษกับพืช และพิษตกค้างในผลผลิต โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยงการใช่สารฆ่าแมลงที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีพิษร้ายแรงหรือร้ายแรงยิ่ง
5.ใช้หลักการพ่นที่ถูกต้องเหมาะสม โดยพิจารณาจาก
-ช่วงระยะเวลาการพ่นที่เหมาะสม
-เป้าหมายที่ต้องการพ่น เช่น พ่นทั้งแปลงหรือพ่นเป็นจุด เฉพาะบริเวณที่มีแมลงระบาด
-วิธีและปริมาณการพ่น เช่น พ่นน้ำมากหรือน้อย
-ความถี่ในการพ่น
6.เลือกสารที่หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง คุ้มค่าการลงทุน
7.ในกรณีที่ต้องการใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆ ต้องพิจารณาหรือมีการทดสอบให้รอบคอบว่าสามารถใช้ร่วมกับวิธีดังกล่าวได้ดี
8.ถึงแม้การใช้สารฆ่าแมลงจะเป็นวิธีการที่จำเป็นสำหรับการป้องกันกำจัดแมลง แต่ผู้ใช้จะต้องมีเป้าหมายในการใช้ที่เด่นชัดคือ ใช้ต่อเมื่อจำจริงๆ เพื่อลดปัญหาพิษภัยที่อาจจะเกิดขึ้น และการจัดการใช้สารฆ่าแมลงที่ดีจะต้องมีสอดคล้องกับนโยบายการลดการใช้สารเคมีด้วย

ในการจัดการใช้สารฆ่าแมลง สำหรับโครงการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูโดยวิธีผสมผสานเริ่มจากการทดสอบประสิทธิภาพของสารฆ่าแมลงให้เหมาะสมกับชนิดของศัตรูพืช และมีการแนะนำให้สอดคล้องกับพืชและระยะการพัฒนาของพืช เพื่อให้ ได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพ ความเป็นพิษ ราคาของสาร นอกจากนั้นจะต้องหาซื้อได้ง่าย จากนั้นจึงนำมาใช้ร่วมกับวิธีป้องกันกำจัดวิธีอื่นในโครงการป้องกันกำจัดโยวิธีผสมผสานต่อไป

3. การใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง
การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องและต้องคำนึงถึง ดังนี้คือ ประเภทของสารเคมี, เครื่องพ่นสารเคมี, การผสมสารเคมี และเวลาของการใช้สารเคมี
ประเภทของสารเคมี สารเคมีกำจัดแมลงมีอยู่หลายประเภท ได้แก่
1. สารเคมีที่พ่นถูกตัวตาย จะใช้ก็ต่อเมื่อต้องการลดปริมาณของแมลงลงอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความเสียหาย เมื่อพ่นสารกำจัดแมลงแล้ว จะมีผลทำให้แมลงตายในทันที (knock down effect) หรือค่อย ๆ ตาย
2. สารเคมีที่กินแล้วตาย เมื่อเกิดศัตรูระบาดเราสามารถพ่นสารเคมีลงไปบนพืชที่เราต้องการคุ้ม ครองเมื่อแมลงบินเข้ามากิน หรือฟักออกจากไข่ กินพืชผลก็จะตาย สารเคมีบางชนิดมีพิษตกค้างนาน หรือสั้นแล้วแต่ชนิดของสาร
3. สารเคมีประเภทดูดซึม แมลงบางชนิดเป็นแมลงที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากดอกใบและยอดอ่อน ดังนั้นการที่พ่นถูกตัวตายอาจไม่ตรงกับช่วงแมลงที่เข้ามากินพืช ดังนั้น การใช้สารฆ่าแมลงที่เป็นสารดูดซึมเข้าไปในต้นพืช เมื่อแมลงบินเข้ามาดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช ก็จะดูดสารฆ่าแมลงเข้าไปและตายในที่สุด
4. สารเคมีที่ใช้กำจัดแมลงในดิน แมลงบางชนิดอาศัยอยู่ในดิน กัดกินรากพืชทั้งต้นอ่อนและต้น ที่โตเต็มที่ ดังนั้น การเลือกสารฆ่าแมลงที่ใช้ในดินก็จะสามารถกำจัดแมลงเหล่านั้นได้
5. สารเคมีประเภทสารรมและสารคลุกเมล็ดแมลงบางชนิด เช่น แมลงศัตรูในโรงเก็บ กินเมล็ด พันธุ์พืชที่อยู่ในโรงเก็บต้องใช้สารชนิดรม เช่น เมทธิลโบรไมด์ เพื่อกำจัดแมลงในโรงเก็บได้ หรืออาจจะใช้สารเคมีคลุกเมล็ดที่ใช้พันธุ์ เมื่อแมลงระบาดทำลายเมล็ด จะถูกสารเคมีที่คลุกไว้ก็อาจจะตายได้
6. สารเคมีที่กำจัดแมลงเฉพาะชนิด ในกรณีนี้ผู้ใช้สารมักจะคำนึงถึงสภาพแวดล้อม แมลง วัชพืช แมลงห้ำ และแมลงเบียน ถ้าหากเราจะกำจัดเฉพาะเพลี้ยอ่อน เราก็เลือกสารเคมีที่กำจัดเฉพาะเพลี้ยอ่อนแต่ไม่ทำลายแมลงห้ำ แมลงเบียน เช่น พิริมอร์ หรือแอพพลอด ทำลายเฉพาะเพลี้ยอ่อน ไมแทค ทำลายเพลี้ยจั๊กจั่นข้าว เคลเทน ฆ่าเฉพาะไรแดง หรือปัจจุบัน มีสารยับยั้งการลอกคราบ เช่น อาทาบรอน ดิมิลิน จะกำจัดแมลงเฉพาะพวกหนอนกินใบ ดอก ผล แต่สารทั้งหมดดังกล่าวนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อแมลงห้ำแมลงเบียน ซึ่งเป็นศัตรูธรรมชาติที่สำคัญ
7. สารเคมีสังเคราะห์ ปัจจุบันสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ก็ถือว่าเป็นสารที่เป็นพิษต่อสัตว์เลือด อุ่นน้อย พิษตกค้างต่ำ สลายตัวเร็ว และบางชนิดยังไม่เป็นอันตรายต่อผึ้งและแมลงผสมเกสรอีกด้วย
แตงโมมีการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ดังนี้

1. โรค
- ราน้ำค้าง ป้องกันกำจัดด้วยสารเคมี พวกดาโคนิล ริดโดมิล เอฟรอน 85
- ราเหี่ยว ป้องกันกำจัดด้วยสารเคมี พวกเบนเลท ไดเทนเอ็ม45 มาเซดเต้200
- โรคผลเน่า โรคแอนแทรกโนส เกิดในสภาพที่มีความชื้นสูงป้องกันด้วยการฉีดพ่นสารเคมี พวก ซีเนป มาเนป

2. แมลง
เพลี้ยอ่อน แมลงดูดน้ำเลี้ยงและเต่าทอง ป้องกันและกำจัดด้วยสารเคมีในกลุ่มโมโนโครโตฟอส เพลี้ยไฟ ป้องกันด้วยการใช้สารเคมีในกลุ่มคาร์โบฟูรานโรยรองก่อนปลูก หากเกิดการระบาดใช้เมทโธมิล คาร์โบซันแฟนฉีดพ่น


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 27 มิ.ย. 2012 10:03 pm 
ออฟไลน์
Administrator
Administrator

ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 24 พ.ย. 2005 2:06 am
โพสต์: 3145
ทำ เค้กแตงโม แม่บ้านทำให้ พ่อบ้านหน้าร้อนทาน
viewtopic.php?f=4&t=65100


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

» ปลูกแตงโม พันธุ์แตงโมที่นิยมปลูก เตรียมดิน ดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว โรค

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง [ DST ]


กระทู้ที่เกี่ยวข้องกับ กระทู้ - ปลูกแตงโม พันธุ์แตงโมที่นิยมปลูก เตรียมดิน ดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว โรค
 หัวข้อ   เจ้าของ   ตอบกลับ   แสดง   โพสต์ล่าสุด 
ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ การปลูกเผือก เตรียมดิน ปุ๋ย การเก็บเกี่ยว พันธุ์

Sunflower_Man

0

3771

เสาร์ 23 มิ.ย. 2012 5:11 pm

Sunflower_Man ดูข้อความล่าสุด

ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ การปลูกสับปะรด เตรียมดิน น้ำ วิธีให้ปุ๋ย พันธ์ที่นิยมปลูก วิธีการเก็บเกี่ยว

Sunflower_Man

3

18495

พฤหัสฯ. 05 ก.ย. 2013 11:16 pm

aimbestdesign ดูข้อความล่าสุด

ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ ปลูกมะขามเทศให้มีขนาดฝักใหญ่และปลอดสารพิษตกค้าง การเก็บเกี่ยว ป้องกัน

Sunflower_Man

0

1641

ศุกร์ 08 มิ.ย. 2012 4:06 pm

Sunflower_Man ดูข้อความล่าสุด

ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ วิธีป้องกันโรคของกระเทียม ชนิดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว

Sunflower_Man

0

1628

เสาร์ 23 มิ.ย. 2012 6:16 pm

Sunflower_Man ดูข้อความล่าสุด

ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ วิธีปลูกข้าวโพดฝักอ่อน การป้องกันโรคต่างๆ การเก็บเกี่ยว

Sunflower_Man

1

2910

เสาร์ 14 ก.ค. 2012 7:26 pm

Sunflower_Man ดูข้อความล่าสุด

 


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
cron
Powered by phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by Mindphp.com & phpBBThailand.com
[ Time : 0.432s | 18 Queries | GZIP : On ]