เว็บบอร์ดไฟฟ้า

พูดคุยอัพเดดข้อมูลเรื่อง การใช้งานไฟฟ้า คำนวนค่าไฟเครื่องใช้ไฟฟ้า
วันเวลาปัจจุบัน พฤหัสฯ. 15 พ.ย. 2018 10:54 pm

» ปลูกขิง การดูแล เก็บเกี่ยว ขิงแก่ ขิงอ่อน ป้องกันโรค

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง [ DST ]




โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 23 มิ.ย. 2012 7:05 pm 
ออฟไลน์
Jr. Member
Jr. Member

ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 06 มิ.ย. 2012 4:45 pm
โพสต์: 78
ปลูกขิง การดูแล เก็บเกี่ยว ขิงแก่ ขิงอ่อน ป้องกันโรค
แนบไฟล์:
ขิง.jpg
ขิง.jpg [ 71.43 KiB | เปิดดู 2835 ครั้ง ]

1. การผลิตขิงขนาดเล็กปลอดโรค

ขิง เป็นพืชเศรษฐกิจซึ่งมีคุณค่าทั้งในเชิงอาหารและเครื่องเทศที่สำคัญของโลก ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิต เพื่อการส่งออกเป็นมูลค่า หลายร้อยล้านบาทต่อปี ปริมาณการผลิตขิงในประเทศไทยร้อยละ 65 ถูกผลิตเป็นขิงอ่อน โดยร้อยละ 40 ผลิตเป็นขิงดองและร้อยละ 25 ใช้บริโภคสด ผลผลิตอีกร้อยละ 35 ผลิตเป็นขิงแก่ โดยร้อยละ 20 ใช้บริโภคสด และร้อยละ 15 ใช้ทำพันธุ์ ดังนั้นอุตสาหกรรมที่นำขิงอ่อนไปใช้ประโยชน์จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขิงดอง มีตลาดสำคัญ คือประเทศญี่ปุ่น และปัจจุบันการผลิตขิงดอง ประสบกับปัญหาเรื่องคุณภาพของขิงที่มีขนาดใหญ่เกินไป มีหลายแง่งในหัวเดียวกัน มีคุณภาพของขิงที่อ่อนและแก่ไม่สม่ำเสมอกัน มีปริมาณเสี้ยนมาก และมีโรคติดมากับแง่ง รวมถึงฤดูการผลิตที่สามารถผลิตได้ปีละ 1 ครั้ง โรงงานจึงต้องมีการรวบรวมและการเก็บสำรองขิงอ่อน เพื่อทำการผลิตขิงดองตลอดปี ทำให้ขิงอ่อนที่เก็บสำรองไว้ในระยะเวลาที่นานมีคุณาภาพที่ลดลง และมีการคัดทิ้ง มีผลต่อการเพิ่มต้นทุนการผลิต
ดังนั้นวิธีการแก้ คือ การใช้หัวพันธุ์ที่ปลอดโรค ร่วมกับการเขตกรรมที่ถูกต้อง วิธีการที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถสร้างหัวพันธุ์ปลอดโรคได้ดีที่สุด คือ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและชักนำให้เกิดหัว ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถผลิตหัวพันธุ์ที่มีคุณภาพปราศจากโรค และยังสามารถผลิตได้จำนวนมาก การผลิตขิงเล็กปลอดโรค โดยผ่านการเพาะเลี้ยงพืช และการปลูกในแปลงเป็นเวลา 3 เดือน ขิงขนาดเล็กปลอดโรคที่ผลิตได้มีคุณภาพที่สม่ำเสมอ สามารถลดต้นทุนและระยะเวลาในการผลิต ผลิตได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปีเทคโนโลยีการผลิตขิงขนาดเล็กปลอดโรคเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพของผลผลิตที่สม่ำเสมอของขิงอ่อนที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขิงดองในระบบอุตสาหกรรม รวมทั้งขนาดขิงที่มีขนาดเล็กยังสามารถที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ขิงให้มีรูปแบบใหม่ เช่น ขิงดองขนาดเล็ก ขิงเคลือบน้ำตาล และขิงเคลือบช็อกโกแลต เป็นต้น ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และผลผลิตเพื่อการเปิดตลาดการส่งออกในอนาคต ซึ่งนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และเป็นความสามารถของนักวิจัยไทยที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวขึ้นมาได้สำเร็จและยื่นขอจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีแล้ว

ข้อดีของการนำเทคโนโลยีเข้ามาผลิตขิงเล็กปลอดโรค
1. สามารถนำลงปลูกในสภาพธรรมชาติ ได้โดยไม่ต้องมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ในการย้ายต้นขิงออกจากขวดและมีอัตราการรอดชีวิตที่สูง
2. ง่ายต่อการเก็บรักษาต้นพันธุ์ เพื่อใช้ปลูกในฤดูและนอกฤดู
3. ง่ายต่อการขนส่งและกระจายพันธุ์
4. ใช้พื้นที่ในการผลิตน้อย ทั้งในการผลิตท่อนพันธุ์และการผลิตขิงอ่อนในธรรมชาติ ช่วยลดระยะเวลาในการปลูก จนถึงเก็บเกี่ยวหัวพันธุ์ และลดการดูแลรักษา
การเปรียบเทียบการใช้ท่อนพันธุ์ขิงขนาดเล็กปลอดโรค กับการใช้ท่อนพันธุ์ที่เก็บจากแปลงเกษตรกร

ท่อนพันธุ์ขิงขนาดเล็กปลอดโรค
1. มีความปลอดโรค ที่เกิดจากไวรัส และแบคทีเรีย
2. ขั้นตอนการปลูก และการรอดชีวิตหลังการปลูกในธรรมชาติ โดยไม่ต้องมีขั้นตอนการย้ายปลูกที่ซับซ้อน มีการรอดชีวิตที่ระดับ 100%
3. เวลาที่ใช้ปลูกจนได้ขนาดหัวตามมาตรฐานเพื่อการบริโภค และการแปรรูป สามารถผลิตได้ปีละ 3-4 ครั้ง
4. การจัดการในระบบการผลิต โดยระบบการผลิตท่อนพันธุ์ในปริมาณมาก มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน สามารถผลิตในปริมาณมาก ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
5. การเก็บรักษาท่อนพันธุ์ก่อนการจำหน่าย จะเก็บรักษาได้ง่าย เป็นระยะเวลานาน
6. การขนส่งจะเสียหายน้อย ประหยัดพื้นที่และมีค่าใช้จ่ายต่ำ
7. การใช้ขนาดของพื้นที่ปลูกจะใช้น้อย ทำให้สามารถควบคุมโรคดี และลดการบุกรุกพื้นที่ป่า เนื่องจากการย้ายพื้นที่ปลูก

ท่อนพันธุ์ขิงขนาดเล็กปลอดโรค
1. ไม่ปลอดโรค ที่เกิดจากไวรัส และแบคทีเรีย
2. การปลูก จะปลูกในสภาพธรรมชาติ โดยไม่ต้องมีขั้นตอนการย้ายปลูกที่ซับซ้อน มีการรอดชีวิตที่ระดับ 100%
3. เวลาที่ใช้ปลูกสามารถผลิตได้ปีละครั้ง
4. มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน สามารถผลิตในปริมาณมากได้ว
5. การเก็บรักษาท่อนพันธุ์ได้ง่าย เป็นระยะเวลานาน
6. การขนส่งจะเสียหายน้อย ประหยัดพื้นที่และมีค่าใช้จ่ายต่ำ
7. การใช้ขนาดของพื้นที่ปลูกมาก และบุกรุกพื้นที่ป่า เนื่องจากการย้ายพื้นที่ปลูก

2. การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน
การป้องกันกำจัดศัตรูพืชผัก จำเป็นต้องทราบข้อมูลพื้นฐานทางด้านชีววิทยาของแมลงด้วย ซึ่งประกอบไปด้วยชีวประวัติพืชอาหาร ลักษณะการทำลายพืชอาศัย ศัตรูธรรมชาติ เขตการแพร่กระจาย ตลอดจนนิเวศวิทยา หรือความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆ กับสภาพแวดล้อมในแหล่งนั้น ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ซึ่งเป็นการนำเอาวิธีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชหลายๆ วิธีมาใช้ร่วมกับวิธีทางชีวภาพ คือ การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้ศัตรูธรรมชาติ เป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผู้บริโภค รวมไปถึงสภาพแวดล้อม และความสมดุลของธรรมชาติ
การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชผัก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยจากสารพิษ ควรใช้หลายๆวิธีผสมผสานกันทั้งวิธีกล วิธีการใช้สารชีวินทรีย์ สารธรรมชาติ และสารเคมีร่วมกันในการป้องกำจัด ควบคู่กันไปกับการจัดการที่ดี

วิธีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชผักที่ได้ผลดี มีดังนี้
1. การป้องกันกำจัดโดยวิธีกล
2. การป้องกันกำจัดโดยศัตรูธรรมชาติ
3. การป้องกันกำจัดโดยใช้สารชีวินทรีย์
4. การป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมี

ขิง จะใช้การป้องกันกำจัดโดยอาศัยศัตรูธรรมชาติ โดยการใช้สารชีวินทรีย์ การใช้สารชีวินทรีย์ เป็นการควบคุมศัตรูพืชผักโดยใช้สิ่งมีชีวิต ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา Trichoderma spp. หรือใช้ศัตรูธรรมชาติอื่น เช่น แมลงตัวห้ำ ตัวเบียน เป็นต้น และสำหรับขิงจะใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา เป็นเชื้อราชั้นสูงชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปตามดิน และบนเศษซากอินทรีย์วัตถุตามธรรมชาติ บางชนิดมีประสิทธิภาพสุงในการเป็นปฏิปักษ์ หรือเป็นศัตรูต่อเชื้อราสาเหตุโรคพืชที่อยู่ในดินหลายชนิด เชื้อราชนิดนี้มีการเจริญสร้างเส้นใยสีขาวได้รวดเร็ว และสร้างส่วนขยายพันธุ์ ที่เรียกว่า “สปอร์” จำนวนมากรวมกันเป็นกลุ่มสีเขียว สามารถมีชีวิตรอดได้ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ โดยอาศัยอาหารจากอินทรีย์วัตถุ เศษซากพืชและเชื้อโรคการนำเชื้อรา ไตรโคเดอร์มา มาใช้ส่งเสริมเพื่อควบคุมศัตรูพืช นอกจากจะเป็นการควบคุมโรคพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นการเพิ่มปริมาณเชื้อราชนิดนี้ในธรรมชาติ ทำให้เชื้อโรคพืชถูกลดปริมาณให้ต่ำลง จนอยู่ในระดับที่ไม่ค่อยให้เกิดความเสียหายแก่พืช เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่าย การควบคุมโรคของเกษตรกรลง และช่วยพื้นฟูสภาพแวดล้อมโดยลดมลภาวะของสารเคมีควบคุมโรคในดินลง เกิดความปลอดภัยต่อสิงมีชีวิตในสภาพแวดล้อม
สำหรับขิงส่วนใหญ่จะเป็นโรค เน่าคอดิน ราคเน่า เหี่ยวเหลือง ดังนั้นการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาควมคุมโรคพืชจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

วิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาควบคุมโรคของขิง
-โรยดินก่อนปลูก 7-10วัน อัตรา10ถึง15กิโลกรัมต่อไร่
-รองก้นหลุมก่อนปลูก 1 สัปดาห์ 100กรัม/หลุม หรือโรยรอบโคนต้น หลังปลูก1 สัปดาห์ และก่อนพืชออกดอก10-15วัน อัตรา 100กรัม/ต้น
-การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา ให้มีประสิทธิภาพดี มีการควบคุมศัตรูขิง เกษตรกรควรปฏิบัติดังนี้
3.1 บริเวณที่จะใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า ควรไม่มีน้ำท่วมขังดินไม่แฉะ เนื่องจากเป็นสภาพที่ไม่เหมาะสมกับการเจริญของเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
3.2 ปรับปรุงให้มีสภาพความเป็นกรด-ด่างเป็น 5.3-6.5 โดยใช้แคลเซียมไนเตรท(CaNO3)
3.3 ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงดินดินเพื่อปรับปรุงลักษณะโครงสร้างดิน
3.4 ในการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าดรยลงบนดิน ควรให้ความชื้น โดยรดน้ำก่อนโรยเชื้อราและเมื่อโรยเชื้อราแล้วควรใช้ใบไม้แห้งปิดบนเชื้อราเพื่อป้องกันหรือลดการถูกทำลายเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าโดยแสงแดด
3.5 ดินในแปลงหรือกระบะที่นำมาจากบริเวณที่เคยเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา ต่างๆ ก่อนที่จะทำการเพาะเมล็ดลงในแหล่งเพาะ ควรโรยด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าก่อนประมาณ 10 วัน
3.6 เก็บใบ เปลือกลำต้น ลำต้น กิ่ง ผลและราก ที่เป็นโรค ที่อยู่ในบริเวณแปลงปลูกพืชไปเผาทำลาย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อสาเหตุของโรค

ข้อดีของเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าควบคุมศัตรูพืช
1. ไม่เป็นอันตรายต่อศัตรูธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตนอกเป้าหมาย
2. มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมโรคพืช
3. เกษตรกรสามารถผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าได้

ข้อจำกัดของเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
1. เป็นสิ่งมีชีวิตจึงมีช่วงอายุการเก็บสั้นคือ ไม่เกิน 6 เดือน
2. ต้องเก็บรักษาในที่ร่มเย็น ไม่ถูกแสงแดดโดยตรง
3. ปัจจุบันมีบริษัทที่ผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ผ่านการขึ้นทะเบียน เพียงบริษัทเดียว ทำให้ราคาค่อนข้างแพง
4. ยังมีจำหน่ายไม่ทั่วถึง

แหล่งสนับสนุนเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
1. สถาบันบริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี กรมส่งเสริมการเกษตร กรุงเทพฯ
2. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี ชลบุรี
3. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี ราชบุรี
4. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี ชัยนาท
5. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี เชียงใหม่
6. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี พิษณุโลก
7. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี ขอนแก่น
8. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี นครราชสีมา
9. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี สุราษฎร์ธานี
10. ศูนย์บริหารศัตรูพืชโดยชีววิธี สงขลา

3. การใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง
การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องและต้องคำนึงถึง ดังนี้คือ ประเภทของสารเคมี, เครื่องพ่นสารเคมี, การผสมสารเคมี และเวลาของการใช้สารเคมี
ประเภทของสารเคมี สารเคมีกำจัดแมลงมีอยู่หลายประเภท ได้แก่

1. สารเคมีที่พ่นถูกตัวตาย จะใช้ก็ต่อเมื่อต้องการลดปริมาณของแมลงลงอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความเสียหาย เมื่อพ่นสารกำจัดแมลงแล้ว จะมีผลทำให้แมลงตายในทันที (knock down effect) หรือค่อย ๆ ตาย
2. สารเคมีที่กินแล้วตาย เมื่อเกิดศัตรูระบาดเราสามารถพ่นสารเคมีลงไปบนพืชที่เราต้องการคุ้ม ครองเมื่อแมลงบินเข้ามากิน หรือฟักออกจากไข่ กินพืชผลก็จะตาย สารเคมีบางชนิดมีพิษตกค้างนาน หรือสั้นแล้วแต่ชนิดของสาร
3. สารเคมีประเภทดูดซึม แมลงบางชนิดเป็นแมลงที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากดอกใบและยอดอ่อน ดังนั้นการที่พ่นถูกตัวตายอาจไม่ตรงกับช่วงแมลงที่เข้ามากินพืช ดังนั้น การใช้สารฆ่าแมลงที่เป็นสารดูดซึมเข้าไปในต้นพืช เมื่อแมลงบินเข้ามา
4. สารเคมีที่ใช้กำจัดแมลงในดิน แมลงบางชนิดอาศัยอยู่ในดิน กัดกินรากพืชทั้งต้นอ่อนและต้น ที่โตเต็มที่ ดังนั้น การเลือกสารฆ่าแมลงที่ใช้ในดินก็จะสามารถกำจัดแมลงเหล่านั้นได้
5. สารเคมีประเภทสารรมและสารคลุกเมล็ดแมลงบางชนิด เช่น แมลงศัตรูในโรงเก็บ กินเมล็ด พันธุ์พืชที่อยู่ในโรงเก็บต้องใช้สารชนิดรม เช่น เมทธิลโบรไมด์ เพื่อกำจัดแมลงในโรงเก็บได้ หรืออาจจะใช้สารเคมีคลุกเมล็ดที่ใช้พันธุ์ เมื่อแมลงระบาดทำลายเมล็ด จะถูกสารเคมีที่คลุกไว้ก็อาจจะตายได้
6. สารเคมีที่กำจัดแมลงเฉพาะชนิด ในกรณีนี้ผู้ใช้สารมักจะคำนึงถึงสภาพแวดล้อม แมลง วัชพืช แมลงห้ำ และแมลงเบียน ถ้าหากเราจะกำจัดเฉพาะเพลี้ยอ่อน เราก็เลือกสารเคมีที่กำจัดเฉพาะเพลี้ยอ่อนแต่ไม่ทำลายแมลงห้ำ แมลงเบียน เช่น พิริมอร์ หรือแอพพลอด ทำลายเฉพาะเพลี้ยอ่อน ไมแทค ทำลายเพลี้ยจั๊กจั่นข้าว เคลเทน ฆ่าเฉพาะไรแดง หรือปัจจุบัน มีสารยับยั้งการลอกคราบ เช่น อาทาบรอน ดิมิลิน จะกำจัดแมลงเฉพาะพวกหนอนกินใบ ดอก ผล แต่สารทั้งหมดดังกล่าวนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อแมลงห้ำแมลงเบียน ซึ่งเป็นศัตรูธรรมชาติที่สำคัญ
7. สารเคมีสังเคราะห์ ปัจจุบันสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ก็ถือว่าเป็นสารที่เป็นพิษต่อสัตว์เลือด อุ่นน้อย พิษตกค้างต่ำ สลายตัวเร็ว และบางชนิดยังไม่เป็นอันตรายต่อผึ้งและแมลงผสมเกสรอีกด้วย

4. การจัดการเพื่อการผลิตขิงที่ปลอดภัย

1. การจัดการดูแล ด้านการปลูก, สภาพพื้นที่, ดิน, ปุ๋ย, แหล่งน้ำ และการพูนโคนที่ถูกต้อง

2. การเก็บเกี่ยว

ขิงอ่อน
1. ควรเริ่มเก็บเมื่อขิงมีอายุ 4-6 เดือน ซึ่งจะมีเสี้ยนน้อย เหมาะสำหรับรับประทานสด หรือดอง และแปรรูปอื่นๆ
2. ก่อนเก็บเกี่ยวควรใช้น้ำรดให้ทั่วแปลง เพื่อให้สภาพดินอ่อนตัวเพื่อง่ายต่อการเก็บเกี่ยว
3. การเก็บเกี่ยวควรใช้มือถอนแง่งขิง เพราะถ้าใช้เครื่องมือขุดจะทำให้เกิดบาดแผล หรือแตกหักทำให้เสียราคา

ขิงแก่
1. ควรเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่อขิงมีอายุตั้งแต่ 10 เดือนขึ้นไป สังเกตได้จาก ใบและลำต้นเริ่มเหี่ยว โดยปกติใบจะเริ่มเหี่ยวเมื่อขิงมีอายุย่างเข้าเดือนที่ 8
2. ก่อนเก็บเกี่ยวควรใช้น้ำรดให้ทั่วแปลงให้สภาพดินอ่อนตัว เพื่อให้ขุดง่ายขึ้น
3. ก่อนเก็บเกี่ยวขิงแก่ในช่วงนี้ เป็นฤดูแล้ง ดินค่อนข้างจะแห้งและแข็ง จึงไม่สามารถเก็บเกี่ยวขิงโดยวิธีถอนได้ จึงต้องใช้เครื่องมือขุด เช่น จอบ เสียม เป็นต้น


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ 24 มิ.ย. 2012 7:31 pm 
ออฟไลน์
Full Member
Full Member

ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 02 พ.ย. 2010 5:34 pm
โพสต์: 188
ถ้าขิงแก่ ต้องคู่กับ แม่ปลาช่อน

_________________
บ้านใหม่ ทาวน์โฮม หมู่บ้านซื่อตรง เกษตร-รัชโยธิน


ข้างบน
 ข้อมูลส่วนตัว  
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

» ปลูกขิง การดูแล เก็บเกี่ยว ขิงแก่ ขิงอ่อน ป้องกันโรค

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง [ DST ]


กระทู้ที่เกี่ยวข้องกับ กระทู้ - ปลูกขิง การดูแล เก็บเกี่ยว ขิงแก่ ขิงอ่อน ป้องกันโรค
 หัวข้อ   เจ้าของ   ตอบกลับ   แสดง   โพสต์ล่าสุด 
ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ มาดูวิธีปลูกพลับปลอดสารพิษตกค้างให้มีคุณภาพ ป้องกันโรค ปุ๋ย เก็บเกี่ยว

Sunflower_Man

0

2041

ศุกร์ 08 มิ.ย. 2012 3:33 pm

Sunflower_Man ดูข้อความล่าสุด

ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ วิธีการปลูกต้นเบญจมาศ โรค ป้องกันโรค ดูแลอย่างไรให้ปลอดโรค

Sunflower_Man

1

3675

พุธ 06 มิ.ย. 2012 5:25 pm

Sunflower_Man ดูข้อความล่าสุด

ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ หลักการเลือกพันธุ์สะตอ การใช้สารป้องกันอย่างเหมาะสม การดูแล

Sunflower_Man

1

1872

เสาร์ 14 ก.ค. 2012 6:31 pm

Sunflower_Man ดูข้อความล่าสุด

ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ ปลูกมะม่วงหิมพานต์ เลือกพันธุ์ ขยายพันธุ์ ปุ๋ย การดูแล

Sunflower_Man

2

12751

เสาร์ 27 ต.ค. 2012 7:12 pm

khunar ดูข้อความล่าสุด

ไม่มี ข้อความใหม่ ที่คุณยังไม่ได้อ่านในหัวข้อนี้ ไฟล์แนบ ปลูกมะม่วงให้ปลอดภัยจากสารพิษตกค้างและมีคุณภาพ เก็บเกี่ยว วิธีป้องกันศัตรูพืช

Sunflower_Man

0

1563

ศุกร์ 08 มิ.ย. 2012 5:38 pm

Sunflower_Man ดูข้อความล่าสุด

 


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
cron
Powered by phpBB® Forum Software © phpBB Group
Thai language by Mindphp.com & phpBBThailand.com
[ Time : 0.326s | 18 Queries | GZIP : On ]